ผู้ที่ใช้นวัตกรรม 3 ราย ที่กำลังจะเสียชีวิต
สามารถกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเหมือนคนปกติ
ด้วยการใช้นวัตกรรม APCO 9 แคปซูล/วัน ในเวลาเพียง 6 เดือน

เพิ่ม CD4 มากกว่า550

ข้อมูลของโครงการทดสอบเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ผู้ที่มี CD4 ต่ำ

กว่า 200 cells/cu.mm. ให้เพิ่มขึ้นใน 1 เดือน

ผลการทดสอบเพิ่ม CD4
ผลการทดสอบเพิ่ม CD4

สนใจนวัตกรรมเพิ่ม CD4

รับคำปรึกษาเพิ่ม CD4 ให้พุ่งขึ้น

กรุณากรอกข้อมูลให้ครบถ้วน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับและให้คำปรึกษา




APCO capsule cd4
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม CLICK

Line ApcoCapsule


หรือสแกน QR CODE

QR Code ApcoCapsule

นวัตกรรม APCOcap ลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อฉวยโอกาสได้ใน 1 เดือน

ช่วยให้ผู้ติดเชื้อ HIV ไม่กลายเป็นผู้ป่วย AIDS

          ข้อมูลจากโครงการทดสอบในอาสาสมัครเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ผู้ที่มี CD4 ต่ำกว่า 200 cells/cu.mm. ให้เพิ่มขึ้นใน 1 เดือน เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อฉวยโอกาส โดยการให้ใช้นวัตกรรม APCOcap พบว่าอาสาสมัครทุกรายมี CD4 เพิ่มสูงกว่า 200 cells/cu.mm. ได้ทุกราย จึงช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อฉวยโอกาสได้


WHO แนะนำให้ผู้ติดเชื้อ HIV ควรเพิ่ม CD4

องค์การอนามัยโลกแนะนำว่า ผู้ติดเชื้อ HIV ควรจะเริ่มการรักษาทันทีเมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อ โดยไม่ต้องคำนึงถึงว่ามีจำนวน CD4 และจำนวน HIV เท่าไร ในวารสาร Journal of Antimicrobial Chemotherapy ได้รวบรวมข้อมูลจากผู้ติดเชื้อ 17,000 คน และติดตามอาการ 2,300 คน ต่อเนื่องเป็นเวลา 5 ปี แล้วสรุปว่า
      • 78% ของผู้ป่วยที่ได้รับการรักษา แต่ไม่สามารถเพิ่มจำนวน CD4 หรือ ลดจำนวน HIV อาการจะรุนแรงจนเป็น AIDS และเสียชีวิตในที่สุด
      • 35% ของผู้ป่วยที่มีจำนวน HIV ลดลงถึงระดับที่ตรวจไม่พบ แต่จำนวน CD4 ไม่เพิ่ม ก็จะมีโอกาสป่วย และเสียชีวิตจากโรคที่เกี่ยวกับ AIDS
      • 18% ของผู้ป่วยที่ไม่สามารถลดจำนวน HIV แต่สามารถเพิ่มจำนวน CD4 เหนือระดับ 200 จะมีปัญหาสุขภาพโดยไม่เสียชีวิต
สรุปว่า การเพิ่มขึ้นของ CD4 สำคัญต่อการดำรงชีวิตของผู้ติดเชื้อมากกว่าการลดลงของจำนวน HIV


WHO แนะนำการดูแลผู้ติดเชื้อHIV

ทำอย่างไรจึงจะทำให้ CD4 เพิ่มขึ้น

CD4 คืออะไร และวิธีเพิ่ม CD4 ทำได้อย่างไร

          CD4 คือ เม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่งที่มีหน้าที่ควบคุมและต่อสู้กับเชื้อโรค และมีบทบาทในการสร้างสารภูมิคุ้มกันให้ร่างกายเพื่อต่อสู้กับเชื้อโรค

          เมื่อใดที่เชื้อ HIV เข้าสู่ร่างกายจะเจาะเข้าไปในเซลล์ CD4 แล้วก๊อปปี้ตัวเองขึ้นมาใหม่ภายใน CD4 นั้น เมื่อถึงเวลากองทัพ HIV ที่อยู่ใน CD4 จะถูกปล่อยออกมาจากพร้อมๆกัน การแบ่งตัวแบบทวีคูณนี้ทำให้เอชไอวีสามารถรวมตัวกันทำร้าย CD4 เซลล์อื่น ๆ ที่ยังแข็งแรงได้อย่างรวดเร็ว และทำให้ผู้ป่วย HIV พัฒนาเป็นผู้ป่วย AIDS ในที่สุด

          จากการศึกษาเมื่อปี 2010-2013 พบว่าเชื้อ HIV ทำลายเซลล์ CD4 โดยเฉพาะตัว Th17 มากที่สุด คณะนักวิจัย Operation BIM พบว่านวัตกรรม APCO กระตุ้นเม็ดเลือดขาว Th17 ได้ 500% ในระยะเวลาเพียง 15 วัน และข้อมูลงานวิจัยในต่างประเทศยืนยันว่าการเพิ่มขึ้นของ Th17 สามารถควบคุมการแพร่ของ HIV ได้



ทำอย่างไรจึงจะทำให้ CD4 เพิ่มขึ้น

          ตามที่ทราบกันดีว่าเมื่อเชื้อ HIV เข้าไปในร่างกายจะเจาะเข้าไปใน CD4 โดยมุ่งไปสู่ CD4 ชนิด Th17 มากที่สุด และจากข้อแนะนำของ WHO ที่ว่า การเพิ่มขึ้นของ CD4 สำคัญต่อการดำรงชีวิตของผู้ติดเชื้อมากกว่าการลดลงของจำนวน HIV และเป็นที่ทราบโดยทั่วไปว่าการพักผ่อนให้เพียงพอ การทานอาหารครบทั้ง 5 หมู่ และการออกกำลังกายสามารถเพิ่ม CD4 ได้ แต่ถ้าทำแล้ว CD4 ไม่เพิ่ม จะทำอย่างไร

          คณะนักวิจัย Operation BIM พบว่าสารสกัดจากมังคุด และพืชอีก 4 ชนิด สามารถกระตุ้น CD4 ได้ โดยผลการทดสอบที่ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีชีวการแพทย์ ม.เชียงใหม่ แสดงว่านวัตกรรม APCOcap 4แคปซูล/วัน ในวันที่ 15 นอกจากจะกระตุ้น CD4 ชนิด Th17 ได้ถึง 5เท่าแล้ว ยังสามารถกระตุ้น CD4 ชนิด Th1 = 2 เท่า หมายความว่านวัตกรรม APCOcap กระตุ้นให้ CD4 เพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็ว เมื่อ CD4 ไม่ลดลงแต่กลับเพิ่มขึ้นก็จะไปเพิ่มอานุภาพ ของเซลล์ T พิฆาตในการกำจัดเชื้อ HIV ทำให้จำนวนเชื้อ HIV ลดลงอย่างต่อเนื่อง นี่คือสาเหตุทีทำให้ผู้ใช้ APCOcap อย่างต่อเนื่องสามารถเพิ่ม CD4 ถึง 4,323% 5,511% และ 7,433% ในระยะเวลา 6 เดือน และนี่คือสถิติที่รวดเร็วที่สุดที่เคยมีการบันทึกไว้


HIV อยู่ภาวะสงบ (Functional Cure) คืออะไร

คือผู้ติดเชื้อที่ตรวจไม่พบเชื้อ HIV แล้ว หรือมีเชื้อน้อยจนไม่ก่อให้เกิดปัญหาแม้ว่าจะหยุดใช้ยาต้านไวรัสเชื้อก็ไม่แพร่เพิ่มเติมจนทำให้เกิดปัญหาต่อร่างกาย และจากข้อมูลของผู้บริโภคบางรายที่ใช้นวัตกรรม APCOcap อย่างต่อเนื่องโดยไม่ใช้ยาต้าน HIV* พบว่าสามารถทำให้ HIV อยู่ในภาวะสงบได้


ประสบการณ์ผู้ใช้

การบรรยายพิเศษ เรื่อง “นวัตกรรมภูมิคุ้มกันบำบัด HIV/AIDS และมะเร็งด้วยสารสกัดจากพืชกินได้” ในการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 44 ( วทท44 ) โดยสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา วันที่ 29 ตุลาคม 2561

บรรยาย โดย ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา หัวหน้าคณะนักวิจัย Operation BIM รายละเอียดสำคัญคือการกระตุ้น เซลล์ T พิฆาต ( killer T cell ) ให้มีความสามารถในการกำจัด HIV/AIDS ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้มีปัญหา HIV/AIDS ด้วยการใช้สารสกัดจากพืช 5 ชนิด คือ มังคุด งาดำ ถั่วเหลือง ฝรั่ง และบัวบก


ผู้ติดเชื้อ HIV ไม่ใช่ผู้ป่วย AIDS ความแตกต่างของผู้ติดเชื้อ HIV และผู้ป่วย AIDS เป็นอย่างไร

          เชื้อ HIV (เอชไอวี) หรือ Human Immunodeficiency เป็นเชื้อไวรัส ผู้ที่รับเชื้อ HIV หลังรับเชื้อ 2-4 สัปดาห์ ร่างกายอาจมีอาการคล้ายไข้หวัด เจ็บคอ ปวดศีรษะ ต่อมน้ำเหลืองโต ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่จะไม่รู้ว่าตนเองติดเชื้อ และมักไม่แสดงอาการใดๆ โดยในระยะนี้ไวรัสจะเข้าไปใน “CD4” และทำให้เซลล์เหล่านี้ตายเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ “CD4” ในเลือดลดจำนวนลง เชื้อไวรัสจะแพร่กระจายไปทั่วร่างกาย และกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันที่สร้างแอนติบอดีในเลือดซึ่งใช้ในการวินิจฉัยการติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ โดยผู้ที่อยู่ในระยะนี้ เรียกว่า ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งถือเป็นระยะติดเชื้อปฐมภูมิ หรือระยะที่ 1

          ระยะติดเชื้อเรื้อรัง (ระยะที่ 2) ผู้ติดเชื้ออาจจะมีเชื้อราขึ้นที่ลิ้น หรือเป็น วัณโรค เริม หรือโรคงูสวัด เกิดขึ้นได้ อาการมักไม่รุนแรง และมักจะรักษาโรคเหล่านี้ได้ ระยะนี้ของโรคก็ยังไม่เรียกโรคเอดส์ เช่นกัน ระยะนี้ เชื้อไวรัสจะเข้าไปอยู่ในต่อมน้ำเหลืองและในม้าม และจะแบ่งตัวเพิ่มปริมาณในอวัยวะทั้งสองนี้เป็นส่วนใหญ่ ปริมาณของ CD4 ในเลือดจะลดจำนวนลงอย่างช้าๆ จากงานวิจัยพบว่าเชื้อ HIV ทำลายเซลล์ CD4 โดยเฉพาะตัว Th17 มากที่สุด ด้วยเหตุนี้ระบบภูมิคุ้มกันโรคของร่างกาย จะไม่สามารถกำจัดเชื้อไวรัส และเชื้อโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพนัก เพราะ CD4 จะลดจำนวนลงเรื่อยๆ การได้รับยาต้านไวรัสอย่างสม่ำเสมอและการออกกำลังกายจะเพิ่ม CD4 ได้ด้วยตัวเอง โดยควรพยายามให้ CD4 อยู่ในระดับสูงกว่า 350 cell/cu.mm ค่า CD4 ปกติของคนทั่วไป = 530-1350 cell/cu.mm

          ระยะที่เป็นโรคเอดส์ (ระยะที่ 3) พบว่าปริมาณของ CD4 ส่วนใหญ่ต่ำกว่า 200 cell/cu.mm และจะมีการติดเชื้อฉวยโอกาส ในอวัยวะสำคัญอย่างรุนแรง เช่น ปอด สมอง และมีมะเร็งชนิดต่างๆ เกิดขึ้นได้ ระยะนี้เป็นระยะที่ระบบภูมิคุ้มกันต้านทานโรคของร่างกายถูกทำลายเกือบทั้งหมด จะเกิดตุ่ม PPE / ผื่น PPE หรือที่เรียกว่าตุ่มเอดส์ หรือตุ่ม HIV ซึ่งแสดงว่าระดับ CD4 ต่ำกว่า 100 cell/ml หรือ CD4 % ต่ำกว่า 5% และการเพิ่ม CD4 ด้วยตนเอง เป็นไปได้ยากขึ้น ดังนั้นผู้ติดเชื้อควรรักษาสุขภาพและระดับ CD 4 ไว้ไม่ให้ก้าวมาสู่ในระยะนี้

สรุป ก็คือระยะที่ 1 และ 2 ของการติดเชื้อไวรัสเอชไอวี ยังไม่เรียกว่าเป็นโรคเอดส์ ทางการแพทย์จะเรียกระยะที่ 3 ของโรคว่าเป็นโรคเอดส์เท่านั้น


BIM HEALTH CENTER ทั่วประเทศ

1. เอไอเอ แคปปิตอล เซ็นเตอร์

89 อาคาร เอไอเอ แคปปิตอล เซ็นเตอร์ ชั้น 30
ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ


สายด่วน 1154 / โทรศัพท์: 02-6464-800

เปิดทำการทุกวัน (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
เวลา 9.00-18.00 น.


ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญการดูแลสุขภาพทั่วไป
โดยเฉพาะมะเร็ง
วันจันทร์ และวันพุธ เวลา 14.00-16.00 น.

2. ศูนย์การค้าเอสพลานาด

99 ชั้น 3 ห้องเลขที่ 317 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ


โทรศัพท์: 02-6609-011

เปิดทำการทุกวัน เวลา 10.00-19.00 น.



ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญการดูแลสุขภาพทั่วไป
โดยเฉพาะกระดูกและข้อ
วันเสาร์ และวันอาทิตย์ เวลา 14.00-16.00 น.

3. ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค

61 ชั้น G ฝั่งโตคิว (หน้า sports world) ถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ


โทรศัพท์: 02-0470-287

เปิดทำการทุกวัน เวลา 10.30-19.00 น.



ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญการดูแลสุขภาพทั่วไป
และดูแลสุขภาพกระดูกและข้อ
วันจันทร์ และวันพุธ เวลา 11.00-13.00 น.


ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญการดูแลสุขภาพทั่วไป และ
ดูแลปัญหาเกี่ยวกับภูมิแพ้ หู คอ จมูก และมะเร็ง
วันเสาร์ และวันอาทิตย์ เวลา 11.00-13.00 น.


4. สำนักงานสาขาหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

20,22 ถนนโชติวิทยกุล5 ตลาดนัดอาเชียนเทรด
อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 90110


โทรศัพท์: 074-559-464-5

โทรสาร: 074-559-464


ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญการดูแลสุขภาพทั่วไป
โดย ศ.ดร.ภญ.เสาวลักษณ์ พงษ์ไพจิตร
ทุกวันเสาร์ เวลา 13.30-17.00 น.


5. สำนักงานสาขาจังหวัดเชียงใหม่

61/5 ถนนอินทวโรรส ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมืองเชียงใหม่
จังหวัดเชียงใหม่ 50200


โทรศัพท์: 053-358-276-7

โทรสาร: 053-358-277


ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญการดูแลสุขภาพทั่วไป
โดย รศ.ดร.ภญ.อำไพ ปั้นทอง
ทุกวันอังคาร เวลา 10.00-12.00 น.


6. สำนักงานสาขาชลบุรี จังหวัดชลบุรี

170/126-128 หมู่ที่ 3 ต.เสม็ด อ.เมืองชลบุรี
จ.ชลบุรี 20000


โทรศัพท์: 038-455-025-6

โทรสาร: 038-455-026