รับคำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญ

กรุณากรอกข้อมูลให้ครบถ้วน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับและให้คำปรึกษา




APCO capsule

สถานการณ์เอดส์ในปัจจุบัน

การแพร่ระบาดที่เพิ่มขึ้นของผู้ติดเชื้อ HIV ในประเทศไทยน่ากลัวแค่ไหน (เดิม คนติดเชื้อในประเทศไทยกี่คน สถิติ)

          HIV/AIDS โรคที่ใครก็รู้ว่าหากติดเชื้อคือ ต้อง “เสียชีวิต” เท่านั้น ข้อมูลจากแผนยุทธศาสตร์แห่งชาติว่าด้วยการยุติปัญหาเอดส์ฯ รายงานว่าเมื่อสิ้นปี พ.ศ. 2558 ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ผู้ติดเชื้อที่มีชีวิตอยู่ทั้งหมด 437,700 คน แยกเป็นเพศหญิง 181,600 คน เพศชาย 256,100 คน

             ข้อมูลของศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย รายงานเมื่อสิ้นปี 2559 ระบุว่ามีผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ 6,200 คน เฉลี่ยวันละ 17 ตลอดทั้งปีมีผู้ติดเชื้อเสียชีวิตกว่า 15,000 คน และจากข้อมูลการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาบ่งชี้ว่าในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ที่เข้ารับบริการฝากครรภ์ และกลุ่มทหารเกณฑ์คัดเลือกใหม่เข้าประจำการ อายุ 20-24 ปี กลับมีแนวโน้มติดเชื้อสูงขึ้น สอดคล้องกับพฤติกรรมเสี่ยงของกลุ่มเยาวชนที่มีคู่เพศสัมพันธ์หลายคนและไม่ป้องกัน เพราะคิดว่าตัวเองจะไม่ติดเชื้อจึงทำให้มีโอกาสแพร่กระจายเชื้อไปยังผู้อื่นโดยไม่รู้ตัว


วิธีการรักษาในปัจจุบัน

ปัจจุบันยังไม่มีการรักษาการติดเชื้อ HIV ให้หายขาด แต่หากรู้ว่าติดเชื้อแล้วตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็จะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนได้น้อยลง เนื่องจากผู้ป่วยจะได้ทำการรักษาด้วยยาต้านไวรัสที่ถูกวิธีส่งผลให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น แม้ยาต้านจะมีผลข้างเคียงอยู่บ้าง และปัจุบันก็สามารถขอทำการตรวจเลือดหาเชื้อได้ฟรีได้ทีสถานพยาบาลที่ตนมีสิทธิ์อยู่


ถ้าเป็นแล้ว WHO แนะนำให้ปฎิบัติตัวอย่างไร

องค์การอนามัยโลกแนะนำว่า ผู้ติดเชื้อ HIV ควรจะเริ่มการรักษาทันทีเมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อ โดยไม่ต้องคำนึงถึงว่ามีจำนวน CD4 และจำนวน HIV เท่าไร ในวารสาร Journal of Antimicrobial Chemotherapy ได้รวบรวมข้อมูลจากผู้ติดเชื้อ 17,000 คน และติดตามอาการ 2,300 คน ต่อเนื่องเป็นเวลา 5 ปี แล้วสรุปว่า
      • 78% ของผู้ป่วยที่ได้รับการรักษา แต่ไม่สามารถเพิ่มจำนวน CD4 หรือ ลดจำนวน HIV อาการจะรุนแรงจนเป็น AIDS และเสียชีวิตในที่สุด
      • 35% ของผู้ป่วยที่มีจำนวน HIV ลดลงถึงระดับที่ตรวจไม่พบ แต่จำนวน CD4 ไม่เพิ่ม ก็จะมีโอกาสป่วย และเสียชีวิตจากโรคที่เกี่ยวกับ AIDS
      • 18% ของผู้ป่วยที่ไม่สามารถลดจำนวน HIV แต่สามารถเพิ่มจำนวน CD4 เหนือระดับ 200 จะมีปัญหาสุขภาพโดยไม่เสียชีวิต
สรุปว่า การเพิ่มขึ้นของ CD4 สำคัญต่อการดำรงชีวิตของผู้ติดเชื้อมากกว่าการลดลงของจำนวน HIV


WHO แนะนำการดูแลผู้ติดเชื้อHIV

ทำอย่างไรจึงจะทำให้ CD4 เพิ่มขึ้น

CD4 คืออะไร และวิธีเพิ่ม CD4 ทำได้อย่างไร

          CD4 คือ เม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่งที่มีหน้าที่ควบคุมและต่อสู้กับเชื้อโรค และมีบทบาทในการสร้างสารภูมิคุ้มกันให้ร่างกายเพื่อต่อสู้กับเชื้อโรค

          เมื่อใดที่เชื้อ HIV เข้าสู่ร่างกายจะเจาะเข้าไปในเซลล์ CD4 แล้วก๊อปปี้ตัวเองขึ้นมาใหม่ภายใน CD4 นั้น เมื่อถึงเวลากองทัพ HIV ที่อยู่ใน CD4 จะถูกปล่อยออกมาจากพร้อมๆกัน การแบ่งตัวแบบทวีคูณนี้ทำให้เอชไอวีสามารถรวมตัวกันทำร้าย CD4 เซลล์อื่น ๆ ที่ยังแข็งแรงได้อย่างรวดเร็ว และทำให้ผู้ป่วย HIV พัฒนาเป็นผู้ป่วย AIDS ในที่สุด และจากการศึกษาเมื่อปี 2010-2013 พบว่าเชื้อ HIV ทำลายเซลล์ CD4 โดยเฉพาะตัว Th17 มากที่สุด



ทำอย่างไรจึงจะทำให้ CD4 เพิ่มขึ้น

          ตามที่ทราบกันดีว่าเมื่อเชื้อ HIV เข้าไปในร่างกายจะเจาะเข้าไปใน CD4 โดยมุ่งไปสู่ CD4 ชนิด Th17 มากที่สุด และจากข้อแนะนำของ WHO ที่ว่า การเพิ่มขึ้นของ CD4 สำคัญต่อการดำรงชีวิตของผู้ติดเชื้อมากกว่าการลดลงของจำนวน HIV และเป็นที่ทราบโดยทั่วไปว่าการพักผ่อนให้เพียงพอ การทานอาหารครบทั้ง 5 หมู่ และการออกกำลังกายสามารถเพิ่ม CD4 ได้ แต่ถ้าทำแล้ว CD4 ไม่เพิ่ม จะทำอย่างไร

          คณะนักวิจัย Operation BIM พบว่าสารสกัดจากมังคุด และพืชอีก 4 ชนิด สามารถกระตุ้น CD4 ได้ โดยผลการทดสอบที่ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีชีวการแพทย์ ม.เชียงใหม่ แสดงว่านวัตกรรม APCOcap 4แคปซูล/วัน ในวันที่ 15 นอกจากจะกระตุ้น CD4 ชนิด Th17 ได้ถึง 5เท่าแล้ว ยังสามารถกระตุ้น CD4 ชนิด Th1 = 2 เท่า หมายความว่านวัตกรรม APCOcap กระตุ้นให้ CD4 เพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็ว เมื่อ CD4 ไม่ลดลงแต่กลับเพิ่มขึ้นก็จะไปเพิ่มอานุภาพ ของเซลล์ T พิฆาตในการกำจัดเชื้อ HIV ทำให้จำนวนเชื้อ HIV ลดลงอย่างต่อเนื่อง นี่คือสาเหตุทีทำให้ผู้ใช้ APCOcap อย่างต่อเนื่องสามารถเพิ่ม CD4 ถึง 4,323% 5,511% และ 7,433% ในระยะเวลา 6 เดือน และนี่คือสถิติที่รวดเร็วที่สุดที่เคยมีการบันทึกไว้


HIV อยู่ภาวะสงบ (Functional Cure) คืออะไร

คือผู้ติดเชื้อที่ตรวจไม่พบเชื้อ HIV แล้ว หรือมีเชื้อน้อยจนไม่ก่อให้เกิดปัญหาแม้ว่าจะหยุดใช้ยาต้านไวรัสเชื้อก็ไม่แพร่เพิ่มเติมจนทำให้เกิดปัญหาต่อร่างกาย และจากข้อมูลของผู้บริโภคบางรายที่ใช้นวัตกรรม APCOcap อย่างต่อเนื่องโดยไม่ใช้ยาต้าน HIV* พบว่าสามารถทำให้ HIV อยู่ในภาวะสงบได้


ประสบการณ์ผู้ใช้

การบรรยายพิเศษ เรื่อง “นวัตกรรมภูมิคุ้มกันบำบัด HIV/AIDS และมะเร็งด้วยสารสกัดจากพืชกินได้” ในการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 44 ( วทท44 ) โดยสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา วันที่ 29 ตุลาคม 2561

บรรยาย โดย ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา หัวหน้าคณะนักวิจัย Operation BIM รายละเอียดสำคัญคือการกระตุ้น เซลล์ T พิฆาต ( killer T cell ) ให้มีความสามารถในการกำจัด HIV/AIDS ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้มีปัญหา HIV/AIDS ด้วยการใช้สารสกัดจากพืช 5 ชนิด คือ มังคุด งาดำ ถั่วเหลือง ฝรั่ง และบัวบก


BIM HEALTH CENTER ทั่วประเทศ

1. เอไอเอ แคปปิตอล เซ็นเตอร์

89 อาคาร เอไอเอ แคปปิตอล เซ็นเตอร์ ชั้น 30
ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ


สายด่วน 1154 / โทรศัพท์: 02-6464-800

เปิดทำการทุกวัน (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
เวลา 9.00-18.00 น.


ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญการดูแลสุขภาพทั่วไป
โดยเฉพาะมะเร็ง
วันจันทร์ และวันพุธ เวลา 14.00-16.00 น.

2. ศูนย์การค้าเอสพลานาด

99 ชั้น 3 ห้องเลขที่ 317 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ


โทรศัพท์: 02-6609-011

เปิดทำการทุกวัน เวลา 10.00-19.00 น.



ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญการดูแลสุขภาพทั่วไป
โดยเฉพาะกระดูกและข้อ
วันเสาร์ และวันอาทิตย์ เวลา 14.00-16.00 น.

3. ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค

61 ชั้น G ฝั่งโตคิว (หน้า sports world) ถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ


โทรศัพท์: 02-0470-287

เปิดทำการทุกวัน เวลา 10.30-19.00 น.



ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญการดูแลสุขภาพทั่วไป
และดูแลสุขภาพกระดูกและข้อ
วันจันทร์ และวันพุธ เวลา 11.00-13.00 น.


ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญการดูแลสุขภาพทั่วไป และ
ดูแลปัญหาเกี่ยวกับภูมิแพ้ หู คอ จมูก และมะเร็ง
วันอังคาร และวันพฤหัสบดี เวลา 17.00-19.00 น.
วันเสาร์ และวันอาทิตย์ เวลา 11.00-13.00 น.


4. สำนักงานสาขาหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

20,22 ถนนโชติวิทยกุล5 ตลาดนัดอาเชียนเทรด
อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา 90110


โทรศัพท์: 074-559-464-5

โทรสาร: 074-559-464


ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญการดูแลสุขภาพทั่วไป
โดย ศ.ดร.ภญ.เสาวลักษณ์ พงษ์ไพจิตร
ทุกวันเสาร์ เวลา 13.30-17.00 น.


5. สำนักงานสาขาจังหวัดเชียงใหม่

61/5 ถนนอินทวโรรส ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมืองเชียงใหม่
จังหวัดเชียงใหม่ 50200


โทรศัพท์: 053-358-276-7

โทรสาร: 053-358-277


ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญการดูแลสุขภาพทั่วไป
โดย รศ.ดร.ภญ.อำไพ ปั้นทอง
ทุกวันอังคาร เวลา 10.00-12.00 น.


6. สำนักงานสาขาชลบุรี จังหวัดชลบุรี

170/126-128 หมู่ที่ 3 ต.เสม็ด อ.เมืองชลบุรี
จ.ชลบุรี 20000


โทรศัพท์: 038-455-025-6

โทรสาร: 038-455-026